CPA คืออะไรใน 1 นาที

Cost Per Acquisition (CPA) = ราคาต่อการได้ลูกค้า 1 คน คือเงินที่ใช้โฆษณาไปทั้งหมด หาร จำนวน Conversion (ลูกค้าที่ทำตามเป้าหมาย เช่น สั่งซื้อ จองคิว สมัคร) เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บอกว่าโฆษณาคุ้มหรือไม่ — ถ้า CPA ต่ำกว่า Customer Lifetime Value (LTV) ของลูกค้า = คุ้ม

สูตรคำนวณ CPA

CPA = ค่าโฆษณาทั้งหมด ÷ จำนวน Conversion

ตัวอย่าง: ใช้งบ ฿20,000 ได้ลูกค้าจองคิว 80 คน → CPA = ฿250 ต่อลูกค้า 1 คน

CPA ที่ดีของแต่ละธุรกิจไทย

  • ร้านอาหาร / Spa: ฿100–300 ต่อจองคิว
  • คลินิกความงาม: ฿500–1,500 ต่อ Lead
  • E-commerce: 15–25% ของราคาสินค้า
  • B2B Service: ฿1,000–5,000 ต่อ Qualified Lead
  • Real Estate: ฿2,000–8,000 ต่อ Lead

CPA vs Customer Lifetime Value

CPA จะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับ Customer Lifetime Value (LTV) — ถ้าลูกค้า 1 คนสร้างรายได้ ฿3,000 ตลอดอายุ และ CPA = ฿250 → กำไรต่อลูกค้า ฿2,750 = คุ้มมาก

กฎ DayLite: CPA ควร ≤ 30% ของ LTV เพื่อให้มี Margin พอจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น

Target CPA ใน Smart Bidding

Google Ads มี Bidding Strategy ชื่อ Target CPA — ตั้ง CPA เป้าหมาย ระบบประมูลให้ใกล้เคียง วิธีตั้ง:

  • เริ่มที่ Average CPA ที่ระบบให้ (อย่าตั้งต่ำกว่า 30%)
  • ลดทีละ 10–15% ทุก 7 วัน หลัง Stabilize
  • ต้องมี Conversion ≥ 30/30 วัน ระบบถึงจะทำงานดี

วิธีลด CPA

  • เพิ่ม Quality Score — Headlines ตรง Keyword + Landing Page โหลดเร็ว
  • Negative Keyword — ตัด Search Term ที่ไม่เกี่ยว ลดงบที่เสียเปล่า
  • เพิ่ม Conversion Rate — Landing Page ดี = CPA ลด
  • Audience Signal — ใส่ Customer List + In-Market

สรุป สิ่งที่นักการตลาดควรทำ

  • CPA = ค่าโฆษณา ÷ Conversion = ราคาต่อลูกค้า 1 คน
  • เปรียบเทียบกับ LTV — CPA ควร ≤ 30% ของ LTV
  • ใช้ Target CPA ใน Smart Bidding เมื่อมี Conversion ≥ 30/เดือน
  • ลด CPA ด้วย Quality Score + Negative Keyword + Landing Page

(บทความที่เกี่ยวข้อง: Smart Bidding 60 วัน · CTR คืออะไร · Impression คืออะไร)

Related Posts