มิถุนายน 2026 Google Ads จะเปลี่ยนกฎ Budget Pacing สำหรับ Schedule Campaign — ข่าวที่ Search Engine Land รายงานปลายเดือนเมษายน ส่งผลกับร้านที่ตั้ง Campaign ให้ Active เฉพาะบางวัน/บางเวลา (เช่น เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์) อาจจะเจอ “งบหมดเร็วกว่าเดิม” ในวันที่ Campaign Active บทความนี้สรุปว่ากฎใหม่คืออะไร ใครได้ผลกระทบ และร้านเล็กไทยควรเตรียมตัวยังไง
กฎ Budget Pacing ใหม่คืออะไร
ก่อนหน้านี้ Google Ads คำนวณงบประจำวัน (Daily Budget) ตามจำนวน “วันที่ Campaign Active จริง” แปลว่าถ้าตั้ง Campaign เปิดเฉพาะ Sat-Sun ระบบจะคำนวณงบ × 8 วัน (ใน 1 เดือน) — Daily Budget ในวันที่ Active สามารถใช้เกิน Daily Budget ที่ตั้งได้สูงสุด 2 เท่า เพราะวันที่ปิดอยู่ไม่ถูกนับ
กฎใหม่ที่เริ่ม 1 มิถุนายน 2026: Google จะคำนวณ Pacing ตาม “Effective Daily Budget” — เอา Monthly Spend Limit ÷ 30.4 (วันเฉลี่ย/เดือน) แล้วใช้เป็นเพดานต่อวัน โดยไม่สนว่าวันนั้น Campaign Active หรือไม่ ผลคือร้านที่ตั้ง Schedule แบบ Sat-Sun จะใช้งบได้น้อยลงในแต่ละวัน Active เพราะระบบเฉลี่ยงบไปทั่ว 30 วัน
ใครได้ผลกระทบ
- ร้านที่ตั้ง Campaign แบบ Day-parting (เปิดเฉพาะบางวัน/ช่วงเวลา) — ร้านอาหารที่เปิดเฉพาะ Lunch + Dinner, ร้านค้าที่ Active เฉพาะ Weekend, B2B ที่ Active เฉพาะ Office Hours
- ร้านที่ใช้ Custom Schedule ใน Performance Max — เพราะ Performance Max มี Day-parting ในตัว
- Seasonal Campaign — ร้านที่ตั้ง Campaign Active เฉพาะช่วง Promotion (เช่น 11.11, Black Friday)
ผลที่จะเห็น: งบที่เคยใช้หมดในวันเสาร์ตอน 18:00 อาจจะหมดตั้งแต่ 14:00 — เพราะระบบไม่ “เก็บงบ” ของวันที่ปิดไว้ใช้ในวันที่เปิดอีกต่อไป
ทำไม Google ถึงเปลี่ยนกฎ
เหตุผลที่ Google ให้ใน Documentation: “Predictable Spending” — ผู้ลงโฆษณามักจะ Surprise กับงบที่กระโดดเป็น 2 เท่าในวัน Active หาคำอธิบายลำบาก กฎใหม่ทำให้ Daily Spend คงที่กว่า ง่ายต่อการคาดการณ์
เหตุผลซ่อน: กระตุ้นให้ผู้ลงโฆษณาเปลี่ยนไปใช้ Always-on Campaign + AI Bidding เพราะ AI Bidding (Smart Bidding) จัดการ Time-of-Day Optimization ได้ดีกว่า Manual Schedule อยู่แล้ว Google จึงผลักให้คนเลิก Schedule แล้วใช้ Smart Bidding แทน
3 ทางเตรียมตัวสำหรับ SMB ไทย
1. Audit Schedule ทุกแคมเปญที่มีอยู่
เข้า Google Ads → Campaign Settings → Ad Schedule → ดูว่าแคมเปญไหนตั้งเวลาแบบไหน เคสที่ DayLite พบบ่อย: ลูกค้าตั้ง Schedule ไว้นานแล้ว ลืมว่าตั้งไว้ ผลกระทบจะใหญ่ในเดือนมิถุนายน
2. ทดลองสลับเป็น Always-on + Smart Bidding
ถ้าธุรกิจคุณไม่จำเป็นต้องปิด Campaign ตามเวลา (เช่น E-commerce ที่ขาย 24/7) ลองปิด Schedule แล้วเปลี่ยน Bidding Strategy เป็น Target CPA หรือ Target ROAS ระบบจะกระจายงบตามเวลาที่ Convert ดีที่สุดเอง — มักดีกว่า Manual
(เริ่มต้นด้วย Smart Bidding อ่านได้ใน Power Pack 2026 — สูตรแบ่งงบ Google Ads)
3. ปรับ Daily Budget ให้สะท้อน Effective Spend
ถ้าจำเป็นต้องคง Schedule ไว้ (ร้านอาหารที่เปิดเฉพาะมื้อ) — ปรับ Daily Budget ให้สูงกว่าเดิม ~1.5–2 เท่า เพื่อชดเชยที่ระบบจะไม่ Pace แบบเดิมอีกต่อไป
ตัวอย่าง: ร้านอาหารที่ตั้ง Daily Budget ฿1,000 เปิดเฉพาะ 18:00–22:00 — เคยใช้ Effective ฿2,000/Active Day ภายใต้กฎเดิม ตอนนี้ต้องปรับ Daily Budget เป็น ฿1,500–2,000 เพื่อรักษา Volume เดิม
สรุป สิ่งที่นักการตลาดควรทำ
Budget Pacing เปลี่ยน 1 มิ.ย. 2026 ส่งผลกับ Schedule Campaign โดยตรง — ใครที่ตั้ง Day-parting ต้องเตรียมตัวก่อน 30 วัน:
- Audit Campaign ที่ใช้ Schedule ทั้งหมดในสัปดาห์นี้
- เลือก: ปิด Schedule (ใช้ Smart Bidding) หรือ ปรับ Daily Budget
- เริ่ม A/B Test ก่อน 1 มิ.ย. — เพื่อดูว่า Always-on + AI Bidding ดีกว่าจริงไหม
(บทความที่เกี่ยวข้อง: DSA Sunset 2026 · Power Pack 2026 · Impression คืออะไรใน 1 นาที)


